Data Overview

ข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data) เป็นข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำที่เริ่มสำรวจตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยวางแผนที่จะจัดเก็บข้อมูลทุกปี ปีละรอบ ต่อเนื่องไปทุกปี
โดยใช้มาตรฐานระดับนานาชาติเช่นเดียวกับข้อมูล Townsend Thai Data คือ 1) มีการตรวจสอบความถูกต้องของการกรอกแบบสอบถามถึงสองรอบก่อนนำเข้าข้อมูล (คีย์ข้อมูล) 2) มีการนำเข้าข้อมูลสองรอบ
แล้ว 3) นำข้อมูลทั้งสองรอบมาเปรียบเทียบกัน ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของข้อมูล

ข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำชุดนี้เป็นข้อมูลที่มีความโดดเด่นในแง่ความสมบูรณ์และครอบคลุมทุกมิติของเด็กปฐมวัยรายบุคคล ทั้งที่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน การศึกษาและสุขภาพ
ของเด็กปฐมวัย รูปแบบและพฤติกรรมการเลี้ยงดู และรูปแบบและคุณภาพการเรียนการสอนของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจากการรวบรวมและศึกษางานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ยังไม่พบว่า มีฐานข้อมูลใดที่ครอบคลุมได้ทั้งข้อมูลครัวเรือน ข้อมูลเด็กปฐมวัยรายบุคคล และข้อมูลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในคราวเดียวกัน (ตย. โครงการ Perry Preschool มีข้อมูลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ละเอียด แต่มีข้อมูลระดับครัวเรือนน้อยมาก) ดังจะเห็นได้จากความคิดเห็นใน Todd and Wolpin (2003) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการและความจำเป็นของชุดข้อมูลที่มีทั้งข้อมูลจากครัวเรือนและโรงเรียน โดยแบบสอบถามด้านสภาพเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนที่ใช้เก็บข้อมูลนี้ ได้รับการพัฒนามาจากแบบสอบถามของ Townsend Thai Data ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่มีชื่อเสียงในวงการเศรษฐศาสตร์ ส่วนแบบสอบถามด้านการศึกษาและสุขภาพของเด็กปฐมวัย รูปแบบและพฤติกรรมการเลี้ยงดู และรูปแบบ และคุณภาพการเรียนการสอนของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้รับการพัฒนามาจาก Cohort Study of Thai Children, Denver Developmental Screening Test, World Health Organization Quality of Life, National Educational Panel Study และ Early Childhood Longitudinal Program (ดูรายละเอียดแบบสอบถามด้านล่าง)

ข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data) ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลโดยสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทุกปีจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มูลนิธิ 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย สนับสนุนบางส่วนสำหรับการเก็บข้อมูลในปี 2562) และในส่วนการทำความสะอาดข้อมูล (data cleansing) ชุดที่สำรวจในปี 2558 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

รูปแบบการสุ่มตัวอย่าง (Sampling Framework)

กลุ่มตัวอย่างของฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data) ประกอบไปด้วยกลุ่มตัวอย่าง 2 ชุดที่คาบเกี่ยวกัน กลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample) เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เริ่มสำรวจในปี 2558 และกลุ่มตัวอย่างที่สอง (second generation sample) เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เริ่มสำรวจในปี 2559

1. กลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample)
กลุ่มตัวอย่างชุดนี้ประกอบไปด้วย เด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว่าง 2-5 ปี ณ เดือนมิถุนายน 2558 ที่สุ่มเลือกจากเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพหรือไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Thailand) ในจังหวัดมหาสารคามและกาฬสินธุ์ จำนวน 50 ศูนย์ ศูนย์ฯ ละ 25 คน โดยในศูนย์ฯ ที่มีเด็กน้อยกว่า 25 คน จะเลือกเด็กทุกคนในศูนย์ฯ เป็นกลุ่มตัวอย่าง ส่วนศูนย์ฯ ที่มีเด็กมากกว่า 25 คน จะสุ่มเลือกจำนวน 25 คน โดยแบ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จำนวน 10 คน และเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไปจำนวน 15 คน (ดูรูปด้านล่างประกอบ) หากช่วงอายุใดมีจำนวนตัวอย่างไม่ครบ จะสุ่มเลือกเพิ่มจากอีกกลุ่มอายุหนึ่งมาทดแทนให้ครบ 25 คน โดยสรุป กลุ่มตัวอย่างแรกซึ่งสำรวจในปี 2558 มีเด็กปฐมวัยทั้งหมด 1,054 คน จาก 1,006 ครัวเรือน ใน 29 ตำบล 262 หมู่บ้าน[1]

รูปที่ 1 : แผนผังการสุ่มตัวอย่างสำหรับกลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample)

อย่างไรก็ตาม การสุ่มเลือกตัวอย่างเด็กปฐมวัยที่เข้าเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทำให้เกิดอุปสรรคสำคัญ 2 ประการคือ 1) ค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทาง ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample) กระจายอยู่ในพื้นที่ 262 หมู่บ้าน 29 ตำบล ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรและระยะเวลาในการเดินทางเพื่อการเก็บข้อมูลมากเกินไป 2) การเก็บข้อมูลเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่เข้าเรียนแล้ว ไม่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับปฐมวัย และโจทย์ของการเลือกเข้าเรียนในสถานศึกษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ร่วมโครงการ ดังนั้น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว โครงการฯ จึงตัดสินใจเพิ่มกลุ่มตัวอย่างที่สอง (second generation sample) ขึ้นในปี 2559

2. กลุ่มตัวอย่างที่สอง (second generation sample)
กลุ่มตัวอย่างชุดนี้ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างเด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว่าง 1 – 4 ปี ณ เดือนมิถุนายน 2559 และอาศัยอยู่ในตำบลที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเข้าร่วมโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 23 ตำบล ครอบคลุม 2 จังหวัดคือ จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ โครงการฯ เริ่มจากการสำรวจสำมะโนประชากรเด็กอายุ 1-4 ปี เพื่อให้ทราบจำนวนเด็กอายุ 1-4 ปี ทุกหมู่บ้านใน 23 ตำบล โดยขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้อาสาสมัครสาธารณสุขช่วยเก็บข้อมูลสมาชิกครัวเรือนทุกครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน หลังจากนั้นจึงแบ่งขนาดของหมู่บ้านในแต่ละตำบลออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหมู่บ้านขนาดเล็ก (จำนวนเด็กน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 30) กลุ่มหมู่บ้านขนาดกลาง (จำนวนเด็กอยู่ระหว่างเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 30-70) และกลุ่มหมู่บ้านขนาดใหญ่ (จำนวนเด็กมากกว่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 70) จากนั้นสุ่มเลือกหมู่บ้านขนาดเล็กจำนวน 1 หมู่บ้าน หมู่บ้านขนาดกลางจำนวน 2 หมู่บ้าน และหมู่บ้านขนาดใหญ่จำนวน 1 หมู่บ้าน จึงได้หมู่บ้านตัวอย่างตำบลละ 4 หมู่บ้าน รวม 92 หมู่บ้าน หลังจากนั้นจึงกำหนดเป้าหมายเด็กกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กปฐมวัยที่มีอายุ 1-4 ปี ทุกคนในหมู่บ้านตัวอย่าง ทำให้ได้จำนวนเด็กกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มตัวอย่างชุดแรกทั้งหมด 1,040 คน จาก 886 ครัวเรือน

รูปที่ 2 : แผนผังการสุ่มตัวอย่างสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สอง (second generation sample)

3. กลุ่มตัวอย่างรวม (combined sample)
ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า การสำรวจข้อมูลสำหรับกลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample) นั้นมีอุปสรรคมากพอสมควร ทำให้โครงการฯ ตัดสินใจปรับเพิ่มกลุ่มตัวอย่างที่สอง (second generation sample) ขึ้นในปี 2559 แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างแรกก็มีคุณค่าต่องานวิจัยเป็นอย่างมาก ดังนั้น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากกลุ่มตัวอย่างทั้งสองชุดได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด โครงการฯ จึงได้นำเอาบางส่วนของกลุ่มตัวอย่างแรก (ประมาณร้อยละ 50) รวมกับทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่างที่สอง ได้เป็นกลุ่มตัวอย่างรวม (combined sample) โดยในปี 2559 มีกลุ่มตัวอย่างหลัก (main sample) ทั้งหมด 1,369 คน ประกอบไปด้วย เด็กปฐมวัยจากกลุ่มตัวอย่างชุดแรกจำนวน 329 คน และกลุ่มตัวอย่างชุดที่สองทั้งหมด จำนวน 1,040 คน

นอกจากนี้ โครงการยังต้องการเก็บกลุ่มตัวอย่างชุดแรกไว้ประมาณร้อยละ 50 (จาก 1,054 ตัวอย่าง) ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนหมู่บ้านตัวอย่างอีกตำบลละ 2-3 หมู่บ้าน จึงพิจารณาคัดเลือกจากหมู่บ้านที่เหลืออยู่ ที่มีจำนวนเด็กกลุ่มตัวอย่างชุดแรกมากที่สุด 2-3 อันดับแรก ทำให้ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติม (extra sample) มาอีก 299 คน โดยสรุป ในปี 2559 มีตัวอย่างเด็กปฐมวัยในฐานข้อมูลทั้งหมด 1,668 คน

ส่วนในปี 2560 และ 2561 มีเด็กบางกลุ่มย้ายออกนอกพื้นที่สำรวจและบางครัวเรือนได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ทำให้ในปี 2560 มีตัวอย่างเด็กปฐมวัยในฐานข้อมูลทั้งหมด 1,507 คน จาก 1,284 ครัวเรือน (กลุ่มตัวอย่างหลัก 1,242 คน กลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติม 265 คน) และในปี 2561 มีตัวอย่างเด็กปฐมวัยในฐานข้อมูลทั้งหมด 1,397 คน จาก 1,195 ครัวเรือน (กลุ่มตัวอย่างหลัก 1,148 คน กลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติม 249 คน)

จำนวนตัวอย่างในฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data)
ตารางที่ 1 จำนวนกลุ่มตัวอย่างเด็กปฐมวัยในฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data) ในแต่ละปี โดยแบ่งตามรูปแบบของการเก็บข้อมูลว่าเป็นการเริ่มเก็บ (baseline) หรือการติดตาม (resurvey)

ตารางที่ 2 : จำนวนครัวเรือนตัวอย่างในฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบตัวอย่างซ้ำไรซ์ไทยแลนด์ (RIECE Panel Data) ในแต่ละปี โดยแบ่งตามรูปแบบของการเก็บข้อมูลว่าเป็นการเริ่มเก็บ (baseline) หรือการติดตาม (resurvey)

[1]อันที่จริงแล้ว นักวิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลเด็กปฐมวัยจากจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ในปี 2558 ทั้งหมด 1,275 คน แต่มีเพียง 1,105 คน จาก 1,054 ครัวเรือน ที่มีข้อมูลทั้งครบทั้งในส่วนเด็กและครัวเรือน ซึ่งตรงกับจำนวนตัวอย่างที่รายงานใน Dihn and Kilenthong (2019) และ Chujan and Kilenthong (2020) ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยได้ตัดสินใจยกเลิกการเก็บข้อมูลในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีผลทำให้ตัวอย่างลดลงเหลือ 1,055 คน จาก 1,007 ครัวเรือน และในภายหลังนักวิจัยพบว่ามีเด็กตัวอย่าง 1 คนที่ถูกสุ่มเป็นตัวอย่างใหม่ในกลุ่มตัวอย่างที่ 2 (second generation sample) จึงได้ตัดสินใจตัดตัวอย่างนี้ออกจากกลุ่มตัวอย่างแรก (first generation sample)

Close Bitnami banner
Bitnami